One day: Do you know Bangkok life?

posted on 25 Mar 2012 13:08 by llakirall
กรี๊ด กลับมาอีกทีเอ็กทีนพัฒนาซะแล้น Sealed
หวัดดีแจ้พ่อแม่พี่น้อง ปิดเทอมแล้วครับ ลาทีปีสาม พอกันที
สอบเสร็จนี่แทบจุดพลุฉลอง เหนื่อยลากเลือด (ทั้งนี้เพราะขี้เกียจเองด้วยส่วนหนึ่ง)
ไปประสาทกินอีกทีตอนสอบละกันพี่น้อง Foot in mouth
 
เพิ่งกลับจาก กทม. สดๆร้อนๆครับ
บ้านนอกเข้ากรุงมันเป็นงี้นี่เองน้อ
ผมไปธุระครับ ไปพักกะเจ๊แถวๆ นวลจันทร์ เป็นการเดินทางโดยรถเมล์ครั้งแรกของชีวิต
ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 21 ฤดูกาลเข้าไปแล้ว
 
เคยสงสัยไหม ทำไม มึงต้องมาพร้อมกันหลายๆคัน แต่แม่งสายเดียว
-*- ร้อนหัวแตก หน้ากูจะไหม้ แต่แดดพอทนได้ ควันนี่ขอเหอะ
ไม่มีเงินไปเปลี่ยนปอดใหม่
ยืนรอขาแข็ง มองดูรถมันปาดซ้ายแซงขวา สายเดียวกันมาพร้อมกัน 5 คันติด
แต่หลังจากนี้จะไม่โผล่มาอีกครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
 
Foot in mouth
 
โอ้โห นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ไม่ใช่แบ๊งค่อกนี่ มึงไม่ได้เจออะไรอย่างนี้นะเนี่ย
(ปลอบใจตัวเองสุดฤทธิ์ จริงๆประสาทจะกินและ)
สถาพตอนนั้นมีเงินติดตัวไม่ถึง 30 บาทครับ
คือถ้านั่งแท๊กซี่ไป ไม่มีปัญญาจ่ายแน่ๆ
จะชักดาบรึเค้าคงตบคอหัก - - ขึ้นรถเมล์ก็ได้
 
ผมสังเกต---
ร้อยทั้งร้อย คนจที่ยืนรอรถเหมือนผม ยืนรอคนเดียว ไม่มีใครยิ้มเลย
เหนื่อยล้า ร้อน ทดท้อ สิ้นสภาพ ฯลฯ คำหลายคำผุดขึ้นมาในใจ
ไกลออกไป รถยนต์ส่วนตัวของหลายๆคนแล่นผ่าน บ้างก็ยังไม่ขยับเพราะติดไฟแดง
ผมไม่แปลกใจทำไมหลายๆคนอยากซื้อรถ
ก็ระบบขนส่งมันแย่
 
เจอฝรั่งเข้ามาถามทาง
ไม่รู้จะไปไหน ฟังเท่าไหร่ก็คิดแน่ๆว่า ชื่อนี้แม่งไม่มีที่ประเทศไทยหรอก
มึงจะไปไหนแน่เนี่ย
 
ออกเสียงไปมา ไม่ได้เรื่อง เขาเปิดแผนที่ดูให้
ถึงได้รู้ จะไปถนนข้าวสาร Foot in mouth
แต่ไอ้ที่มันออกเสียงนี่ผมยังไม่รู้จะพิมพ์ถ่ายทอดออกมายังไงเลยครับ
 
แล้วไง รู้ว่าเขาจะไปถนนข้าวสารแล้วยังไง
ไม่รู้ แนะนำเขาไม่ได้ เพราะตัวเองก็ยังเอาไม่รอด
พอดีมีลุงคนนึง เข้าทำนองกรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี เข้าสะกิดไหล่ผม
ถามว่า "ฝรั่งมันจะไปไหนเล่า"
ผมบอก เขาจะไปถนนข้าวสาร
ลุงแกเลยแนะนำสายรถเมล์ให้ ซึ่งฝรั่งขอบคุณทั้งผมและลุงด้วยท่าทีซาบซึ้งจนผมขวย
 
ปลอบใจตัวเอง เอาน่า อย่างน้อยเรื่องดีๆก็มีคือ ได้ช่วยเหลือชาวต่างชาติ
ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี
คิดแบบนี้ได้ห้านาทีก็อารมณ์เสียเหมือนเดิม
ทำไมมันช้าาาาาบัดซบแบบนี้โว้ยยยย Yell
 
เจอสายที่ต้องการทีน้ำตาแทบไหล ถูกหวยกูยังไม่ดีใจปานนี้เลย Tongue out
แต่ขึ้นไปคือก็ไม่ได้ดีกว่าเดิมหรอก ยืนไม่พอ ยังต้องใช้ทักษะทรงตัวเป็นเลิศ
ผมว่าพวกกระเป๋ารถเมลล์เนี่ย ส่งไปประกวดยิมนาสติกหรืออะไรสักอย่างเถอะ
ไอ้ทีต้องใช้ทักษะการยืน
ตอนเบรก ผมเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งกลิ้งโครมจากม้านั่งที่ตัวเองนั่งอยู่
ขณะที่ผมและหลายๆคนเกาะราวไว้แน่น
(แม่งนาทีนั้นเป็นที่ต้องการยิ่งกว่าทองอีกอะ Foot in mouth)
 
ผมมองหน้าคนขับ เขาเหลือบตาขึ้นมาพอดี เราสบตากันทางกระจกรถ
(คือไม่ต้องเพิ่มประกายวิ้งๆเหมือนนางเอกเกาหลีตอนสบตาพระเอกนะครับ
มันไม่ใช่ Undecided)
จากสายตา ผมว่าเขาเองก็เหน็ดเหนื่อยเหลือเกินกับวันนี้
เขาไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ใดๆแล้ว
ไม่ต่างจากผู้โดยสายที่ส่วนมากก็เพิ่งเลิกงาน
 
ไม่มีใครยิ้ม
 
 
 
ถ้ามีนักการเมืองคนไหนแก้ไขระบบขนส่งเมืองไทยได้
ผมจะเลือกเลย
นี่เป็นประเด็นสำคัญมากนะ เพราะถ้าระบบขนส่งดี ตรงเวลา ผมว่าอะไรอย่างอื่นมันก็จะดีตาม
อย่างน้อยคนอาจยิ้มให้กันมากขึ้น
 
แต่ก็อย่างว่า
ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเราเองด้วย---
หมายถึงคนทั่วไปนี่แหละ
 
พอกันที่กับรถเมล์ฟรีวิ่งหนีประชาชน
มึงคิดว่ากูเป็นวินเชล โบล์ว เหรอแสรด
 
ผู้โดยสารรอนอกป้าย คนขับก็บ้าจี้จอดรับ
สุดท้ายคนที่ทำตามระเบียบก็เป็นคนรู้สึกแย่ซะเอง
---

Comment

Comment:

Tweet

บ่ะ เขียนได้ตรงใจดีแท้
เคยเจอกรณีฝรั่งถามทางเหมือนกัน เหตุเกิด ณ ป้ายรถเมล์ราชเทวี เธอเข้ามาพร้อมถามว่าจะไปที่ "พาน-เทบ" ได้ยังไง เราก็เอ๋อไปสักพัก ทวนสิ่งที่ได้ยินอยู่ในใจสามสี่รอบ ที่ไหนหว่า มีด้วยเหรอว่ะในกทม. สุดท้ายก็ตอบเธอไป "sorry, I don't know" หลังจากนั้นอีกห้าวิ นึกขึ้นได้ มันน่าจะเป็น "พันทิป" แต่ครั้นจะไปบอกเขาก็รู้จักก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้สายรถเมล์ อนาถดีแท้ รู้ว่าจะขึ้นรถเมล์สายอะไรจากมาบุญครองหรืออุรุพงษ์ไปพันทิปได้ แต่จากราชเทวีไม่รู้!!! sad smile
ปล.จขบ.เพิ่งจบปีสามเหรอ ก็น่าจะรุ่นเดียวกับเรา ยินดีที่ได้รู้จัก (ผ่านอักษร) นะ

#2 By กระอักเรียน (103.7.57.18|10.0.2.3, 61.90.6.173) on 2012-06-01 11:22

หนูเข้าใจอารมณ์นะ เมื่อก่อนหนูต้องขึ้นไปเรียนทุกวัน แต่ตอนนี้ย้ายบ้านแล้ว ติดที่เรียนเลย สบายไปหน่อย :)

#1 By [ Rocketbunny ] * on 2012-03-29 02:09