สวัสดีเค่อะ Foot in mouth
 
อัพเอนทรีย์นี้ล่าช้าหลังวันงานร่วมสองสัปดาห์เลยทีเดียว Foot in mouth
 ตัวขี้เกียจนี่มันฝังลึกยากจะเอาออกจริงๆเนอะ 
 
 
เมื่อปีที่แล้ว ผมรายงานวันสงกรานต์ในเอนทรีย์นี้ ผ่านมาอีกปีหนึ่ง
(บวกอีกสองสัปดาห์) ก็กลับมารายงานใหม่
แต่ไฉไลกว่าเดิมเพราะปีนี้เขาทองมีงานแสง สี เสียง!
อย่างอลังเลยครับพี่น้อง
ตอนเห็นฉากเห็นอะไรครั้งแรกนึกว่าเขามาเปิดวิกลิเกข้างวัด
แหม่ ที่ไหนได้ งานอย่างเริ่ดเลย Embarassed
 
จะเล่าย้อนสักนิดนะครับว่าที่เขาทองนี่
นิยมเล่นน้ำกันวันที่ 15 เมษายน
ส่วนวันที่ 13-14 นี่ตื่นมาทำบุญ
สายๆสรงน้ำพระ เที่ยงก็สั่งก๋วยเตี๋ยวมากิน
บ่ายๆเล่นเกม ตกเย็นงีบหลับสักหน่อย
กลางคืนก็เปิดโทรทัศน์ดูละคร
สรุปคือวันที่ 13-14 นี่มันก็วันธรรมดาดีๆนี่เองครับ
มีรายการสรงน้ำพระเพิ่มเข้ามาในชีวิตประจำวันแค่นั้นเอง
 
แต่ปีนี้เขาทองอัพเกรดแล้วนะจ๊ะ Cry 
เพราะวันที่ 14 เรามีงานแสง สี เสียง ตอนหกโมงครึ่งครับ
ฟ้ามืดนั่นแหละงานถึงจะเริ่ม รอบๆบริเวณที่แสดงนี่ก็ปิดไฟให้มืด
กันไม่ให้รถเข้าออก
(เริ่มปิดตั้งแต่หน้าบ้านผมอ่ะ
รถไถคันบักเอ้กมาจอดแช่หน้าบ้าน หมาเห่ากันขรม)
 
ดังนั้น เย็นๆของวันที่ 14 คนเขาทองก็แห่ไปที่สนามฟุตบอลข้างวัด
ที่จัดงานแสดงนั่นแหละจ้ะ จขบ.ไปช้าเลยไม่มีทีนั่ง
ทำใจแล้วล่ะว่าคงต้องยืนดู Tongue out แต่เหมือนสวรรค์มาโปรดครับ
ที่นั่งหน้าสุดแถวสองยังว่างอยู่ที่หนึ่งพอดี
อารมณ์ตอนนั้นแทบจุดพลุฉลองเลยครับ
 
 
 
การแสดงชุดแรกคือรำกลองยาวครับ ป๊ะโท่นโท่น Cry 
น่ารักมาก แม้ไอ้หนูนักร้องนำจะยื่นนิ่งเป็นท่อนไม้ก็ตามที
(เครดิตภาพเหล่านี้พี่ชายถ่ายนะครับ มิบังอาจถ่ายเองแล้วงามได้ขนาดนี้)
เขาทองนี่ขึ้นชื่อเรื่องกลองยาวครับ มีทุกปีสิน่า
 
งานแสดงชุดต่อไปเป็นการเล่าอดีตของชาวเขาทองครับ
พล็อตเรียบง่าย คือให้หลานสาวถามคุณตาถึงประวัติความเป็นมา
(น่ารักมากกก) เสียงพากย์น่ารักดีครับ
ไม่รู้น้องคนแสดงเขาพูดเองหรือเปล่านิ
 
(บล็อกผมจะแหกไหมเนี่ย - - ภาพบะเอ้กเลย)
 
เล่าย่อๆคือ ชาวมอญที่อาศัยในพม่าโดนกองทัพพม่าไล่มาอยู่เมืองไทย
กระจัดกระจายกันไปที่ื่อื่นๆ
บางกลุ่มมาตั้งรกรากที่เขาทองนี่แหละครับ
ตรงนี้เขาก็ทำดีนะ มีระเบิดกระท่อมด้วยนะเฮ้ย Foot in mouth
 จขบ.สะดุ้งเลยอ่ะ (ไม่กรี๊ดก็บุญละ)
มีม้าด้วยนะ ตอนม้าออกมานี่ จขบ. ปลื้มมากฮ่ะ
แทบวิ่งเข้าไปกอดขาเลยทีเดียว
สัตว์อะไรไม่รู้สง่าที่ซู้ด
 
 
(พี่เค้าถ่ายทันแต่ตูดม้าอ่ะ Foot in mouth---เอ๊ย
เพิ่งสังเกต ไอ้ข้างหลังนั่นกระโดดถีบด้วยเรอะ)
 
แว่วมาว่าทีมงานทำฉากรบและม้านี่จ้างมาจากสิงห์บุรีโน่นแน่ะครับ
จริงเท็จประการใดยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่เอาเป็นว่าทุกท่านเล่นได้เริ่ดมาก
ไอ้ฉากเอาดาบไล่ฟันกันนี่ประกายไฟออกเลยครับ
สงสัยยิ่งนักว่าดาบจริงหรือเปล่า
 
รำมาซิมารำ เริงระบำกันให้สนุึก (นี่ถ้าพิมพ์สำเนียงเขาทองนะจะมันส์กว่านี้ Embarassed)
จบจากฉากรบก็เป็นฉากวิถีชีวิตขาวบ้านแล้วจ้ะ
ร้องรำทำเพลงกันหน้าฤดูนา หน้างาน
ทุกวันนี้ก็เห็นมีอยู่นะครับ แต่น้อยแล้ว คนเฒ่าคนแก่เขาทำกัน
 
 
นี่แหละจ้ะภาพนางสุ่มนางควาย
(ในภาพนั่นนางควาย---ใส่ผ้าใบด้วยนิ
แหม่ชาวมอญสมัยก่อนทันสมัยไม่เบาเลยเนาะ Foot in mouth)
วิ่งไล่กันมันส์ครับ มีให้เห็นในช่วงสงกรานต์ทุกปี สนุกมากนะครับ
ไอ้คนหนีน่ะสนุกแต่คนเล่นเป็นนางสุ่มนางควายนี่ผมไม่รู้
(ก็คงเหนื่อยแหละเนอะ) สังเกตตาคนถูกไล่ในภาพนะครับ
(ขวามือ) ได้อารมณ์มาก Cry เห็นครั้งแรกขำก๊ากเลย
 
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่านางสุ่มนางควายเล่นอย่างไร
อย่างนี้ครับ คนเล่นเป็นนางสุ่มถือสุ่ม
คนเล่นเป็นนางควายถือกะโหลกควายไว้ครับ
(นิยมให้ผู้หญิงเล่นเป็นนางสุ่ม ผู้ชายเป็นนางควาย---เอ๊ะ ทำไมเรียกนาง)
ทั้งสองนางจะมีเชือกรั้งเอวให้คนคุมรั้งไว้
จากนั้นวิ่งโลดครับ ไล่ขับคนที่อยู่แถวนั้นไป
เด็กๆนี่ร้องไห้กันจ้าเลยครับกลัวนางทั้งสอง
สมัยเด็กๆผมก็ร้องนะ -_-
 
 
ประเพณีจับข้อมือสาวครับ
อนุญาตให้ชายหนุ่มหญิงสาวที่ปิ๊งกันได้แตะเนื้อต้องตัวกันในวันสงกรานต์
ห้ามจับเหนือกว่าข้อมือนะจ๊ะไม่งั้นพ่อตาตีหัวแตก
เสร็จงานฝ่ายหญิงจะเอาของมีค่าของฝ่ายชายกลับบ้าน
รอฝ่ายชายไปไถ่คืน (อุบายว่าจะได้เจอเขาอีกรอบว่างั้นเถอะ)
ข้อนี้ผมเพิ่งรู้ตอนดูงานนี่ล่ะครับ เพิ่มเติม
คู่หน้าสุดนี่ชีวิตจริงแกก็เป็นสามี-ภรรยากันครับ :))
 
 
 
สองภาพหลังนี่ร้องเพลงรำวงกับหน้านาครับ
ภาพล่างนี่โจงกระเบนเลื่อมไปหน่อย
วาววับเลยเชียว ของจริงออกสีซอๆมอๆกว่านี้นะจ๊ะ
 
 
ปิดงาน Embarassed น่ารักมากครับ อบอุ่นและได้ความรู้
เต็มอิ่มจริงๆ มาดูฟรีด้วยนะเนี่ย
ด้านหลังมีของขายเยอะพอสมควรครับ
เช่นขนมถังแตกและข้าวเกรียบว่าว
(พ่อค้าขนมถังแตกขึ้นราคาวันละห้าบาทอ่ะ - - ลุงหนอลุง) 
 
สิ่งที่แย่คือ ขยะครับ
ไม่รู้ว่าจะโทษจิตสำนึกคนดีไหมแต่ผมก็เห็นว่ามันเยอะจริงๆ
เกลื่อนพื้นเลย ไม่มีใครสนใจจะเก็บด้วย
ถังขยะแถวนั้นก็ไม่ค่อยมี
 
 
สุดท้ายแล้วแม้จะเป็นงานเล็กๆ
แต่เขาทองก็กลายเป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกลงในหัวใจคนทุกคนในพื้นที่แห่งนี้
กลายเป็นความผูกพันที่ทำให้ผมรู้สึกว่า---ผมรักบ้านเกิดจัง Cool
 
เอนทรีย์หน้า 15 เมษา วันสงกรานต์@บ้านเขาทองนะจ๊ะ :))

edit @ 28 Apr 2011 22:09:24 by ||aki||

edit @ 28 Apr 2011 22:12:47 by ||aki||

Comment

Comment:

Tweet

แว๊กกกกกกกกกกกกกกก (เพื่อ?)

ชอบมากๆๆ วัฒนธรรมไทยแบบนี้

อยากไปดูเองอะ >0<

ที่บ้านเราไม่เห็นมีแบบนี้ // =[]=*

ป.ล.มาเม้นช้าอะ Y^Y
ป.ล.1 อ่านย้อนเลยน๊า ตามอ่านหมดอะ 555

#2 By RACHE~OH!!! on 2011-05-06 14:28

Hot! Hot! Hot! สุดยอดแห่งสยาม...
ความงามแห่งความเป็นไทยbig smile Hot!

#1 By ta_THINK_nhong on 2011-04-28 22:36